เที่ยวกาญจนบุรี สังขละบุรี ปิล็อก 3 วัน 2 คืน

3 Days

เที่ยวกาญจนบุรี สังขละบุรี ปิล็อก 3 วัน 2 คืน

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ทองผาภูมิ – บ่อน้ำพุร้อนหินดาด – สังขละบุรี – วัดวังก์วิเวการาม

06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย (จุดจอดรถ เดอะบาซาร์ รัชดาภิเษก แยกรัชดา-ลาดพร้าว ลานพระศิวะ) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ เพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวและเป็นไปตามมาตรฐาน SHA เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดอุณหภูมิของลูกค้าเพื่อคัดกรองก่อนขึ้นรถ บนรถจะมีแอลกอฮอล์เจลล้างมือให้บริการ และเว้นระยะห่างการนั่งในรถ

เช้า : รับประทานอาหารเช้าแบบ BOX SET (มื้อที่ 1)

06.30 น. ออกเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี
11.30 น. เดินทางทางเข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ

เที่ยง : รับประทานอาหาร (มื้อที่2)

วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ

นำท่านเข้าชม “วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ” นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของชนเชื้อชาติที่
อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง และโดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่มีความเลื่อมใสและศรัทธาหลวงพ่ออุตตมะเป็นดั่ง “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ”

วัดวังก์วิเวการาม เกิดขั้นจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และยังเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะเคยจำพรรษา วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ

ค่ำ : รับประทานอาหาร (มื้อที่3)
ที่พัก : นำท่านเข้าสู่ที่พัก P. Guest House หรือเที่ยบเท่า ในสังขละบุรี
หมายเหตุ*ที่พักท้องถิ่นไม่สามารถระบุประเภทเตียงได้

วันที่ 2 ตักบาตรสะพานมอญ – ล่องเรือวัดเมืองเก่า – น้ำตกเกริงกระเวียง – ทองผาภูมิ – เขื่อนวิชราลงกรณ์ – หมู่บ้านอีต่อง

เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก (มื้อที่ 4)

สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย)

06.00 น. ใส่บาตรพระตอนเช้าบริเวณ สะพานมอญ (สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) สัมผัสมนต์เสน่ห์สังขละบุรีและวิถีชีวิตชาวไทย-มอญ ท่านสามารถร่วมแต่งชุดชาวมอญเพื่อใส่บาตรและเดินถ่ายรูปสวยๆ ของสะพานมอญได้ (มีบริการเช่าชุดที่ร้านขายอาหารใส่บาตร หรือ ซื้อเป็นที่ระลึกได้ที่ร้านระหว่างทางเดินไปสะพาน มีให้เลือกหลากหลายร้าน)

ล่องเรือวัดเมืองเก่า

09.00 น. นำท่าน ล่องเรือวัดเมืองเก่า และ หอระฆังของเมืองบาดาล (โบสถ์จมน้ำ) “วัดวังก์วิเวการาม” (เก่า) หรือ “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร ต่อมาปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี

เหลือเพียงซากปรักหักพังของวัดและอาคารบ้านเรือน ปัจจุบันอุโบสถหลังเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ซึ่งเมื่อน้ำลดระดับลง เมืองบาดาลทั้งเมืองก็จะเผยความงดงามของโบราณสถาน

น้ำตกเกริงกระเวียง

10.30 น. นำท่านเดินทางเข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ ระหว่างทางนำท่านชม น้ำตกเกริงกระเวียง อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

เขื่อนวชิราลงกรณ

นำท่านชม “เขื่อนวชิราลงกรณ” เดิมชื่อว่า “เขื่อนเขาแหลม” เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทยที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2522 ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  จำนวน 3 เครื่อง มีกำลังการผลิตเครื่องละ 100,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละ 460 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2527 ได้กดปุ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าหน่วยที่ 3 ทำการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2527 และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2528 หน่วยที่สองและหน่วยที่หนี่งได้เดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเข้าระบบเช่นกัน เขื่อนวชิราลงกรณ ช่วยแบ่งเบาปริมาณน้ำในฤดูฝนได้มาก และในฤดูแล้งยังสามารถปล่อยน้ำลงมาช่วยผลักดันน้ำเค็มและน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมสองฝั่งแม่กลอง ทำให้สภาพน้ำในแม่น้ำแม่กลอง มีคุณภาพดีขึ้นให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น เขื่อนวชิราลงกรณจึงจัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย

เที่ยง : รับประทานอาหาร (มื้อที่ 5)

หมู่บ้านอีต่อง

ออกเดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก เขตทำเหมืองเก่า ระหว่างทางวิวสวยมาก เห็นน้ำตกไหลจากภูเขา เดินทางถึง “บ้านอีต่อง” หมู่บ้านขนาดน่ารัก สามารถเดินเป็นวงกลมรอบนึงได้สบายๆ เพียง 10-15 นาทีแค่นั้น โดยในอดีตเคยเป็นเมืองทำเหมืองที่เคยรุ่งเรือง อย่างเช่น เหมืองปิล็อก เหมืองสมศักดิ์ แต่หลังจากที่เหมืองปิดตัวลงไป ชาวบ้านทั้งคนไทยและคนพม่าที่ลงหลักปักฐานที่นี่ก็ยังคงอาศัยอยู่ตามเดิมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่ยังคงความเสน่ห์ของเมืองเหมืองเก่านั่นเอง

ที่นี่มีเอกลักษณ์ตรงที่ความเงียบสงบ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ความงามของสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางแวะเวียนมาเยือน นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เจริญที่สุดสมัยที่กิจการเหมืองรุ่งเรือง เที่ยวชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านอีต่อง เลือกซื้อของที่ระลึก ขนมพื้นเมือง ณ ถนนคนเดินบ้านอีต่อง

ค่ำ : รับประทานอาหาร (มื้อที่ 6)
ที่พัก : นำท่านเข้าสู่ที่พักแบบโฮมสเตย์ (หมู่บ้านอีต่อง) หมายเหตุ *ที่พักท้องถิ่นไม่สามารถระบุประเภทเตียงได้

วันที่ 3 เนินช้างศึก – น้ำตกจ๊อกกระดิ่น – ไทรโยค – ปราสาทเมืองสิงห์ – กรุงเทพฯ

ชมเนินช้างศึก

06.00 น. นำท่าน ชมเนินช้างศึก จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและลงที่สวยที่สุดในประเทศไทยซึ่งเส้นทางค่อนข้างชันและเป็นหลุมจึงต้องเดินทางโดยรถ 4WD นำท่านชมทะเลหมอกที่จุดนี้โดยท่านจะได้เห็นโรงส่งท่อก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากพม่าเข้าสู่ไทยและรับชมบรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้านอีต่องด้วย

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ที่พัก (มื้อที่ 7)

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

ชม น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ชมความสวยงามของน้ำตก

กลางวัน : รับประทานอาหาร (มื้อที่ 8)

ปราสาทเมืองสิงห์

ท่านชม ปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์นี้ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยใน ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีสถาปัตยกรรม และปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์นักสร้าง และเป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18

ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ 800 กว่าไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง 880 เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนาพุทธ นิกายมหายาน และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน การขุดตกแต่งบูรณะอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 โดยช่างฝีมือจากกรมศิลปากร ใช้เวลาดำเนินการอยู่หลายปี จนมาเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2530

เดินทางกลับสู่กรุงเทพ + แวะซื้อของฝาก

15.00 น. นำท่านเดินทางกลับ ระหว่างทางแวะซื้อของฝากที่เมืองกาญจนบุรี (หากมีเวลาตามความเหมาะสม)
18.00 น. เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

โปรไฟไหม้จาก Timetotrip

สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ราคาสบายกระเป๋า

8% Off
฿2,500 ฿2,300
Scroll to Top