เบตง ปีนัง มนต์เสน่ห์แดนใต้ B 3 วัน 2 คืน MTVL233016

5 Days

เบตง ปีนัง มนต์เสน่ห์แดนใต้ B 3 วัน 2 คืน MTVL233016

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – หาดใหญ่ – ด่านสะเดา – มาเลเซีย – ปีนัง – วัดเค็กลกซี(เจดีย์พระหมื่นองค์) – ปีนังฮิลล์

05:30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง บริเวณอาคาร 2 ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร

07:20 น. ออกเดินทางบินลัดฟ้าสู่ หาดใหญ่ โดย สายการบินไลอ้อนแอร์ (Lion Air) เที่ยวบินที่ SL702 หรือ สายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia) เที่ยวบินที่ FD 3102 เดินทางระหว่างเวลา 06:30 – 08:05

ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนสายการบินในกรณีที่มีการยกเลิกเที่ยวบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทางของเที่ยวบิน หรือจำนวนที่นั่งไม่เพียงพอ

ด่านพรมแดนสะเดา

เดินทางถึง สนามบินหาดใหญ่ ให้ท่านรับสัมภาระให้เรียบร้อย ไกด์นำเที่ยวรอท่านอยู่ด้านนอกที่จุดนัดพบ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ด่านพรมแดนสะเดา โดยรถตู้ปรับอากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ) เดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง อำเภอสะเดา ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

เกาะปีนัง

ออกเดินทางตอไปยัง “เกาะปีนัง” ปีนัง (จอร์จทาวน์ ) เป็นรัฐหนึ่งที่รวมกันในรูปแบบสหพันธรัฐ ของประเทศมาเลเซีย สมญานาม ไข่มุขแห่งทะเลตะวันออก ปีนังมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมหลอมรวมกัน อีกทั้งปีนังก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมยุโรปในยุคอาณานิคมของอังกฤษเมื่อผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมเปอรานากันท้องถิ่น จึงตกผลึกเกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะ “สไตล์ปีนัง” ที่มีดีทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีส อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรม

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน

วัดเก็กลกสี่ (Kek Lok Si Temple)

“วัดเก็กลกสี่ (Kek Lok Si Temple)” หรือวัดเขาเต่า วัดพุทธนิกายมหายาน ตั้งโดดเด่นด้วยเจดีย์สูง 7 ชั้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปกว่า 10,000 องค์ และองค์เจ้าแม่กวนอิมสูง 37 เมตร รายล้อมไปด้วยเทพทิดากว่า 100 องค์ นอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มสีถาปตัยกรรมจีนอันงดงามแล้วยังมีส่วนของสวนหย่อมอันร่มรื่น

ปีนังฮิลล์ (Penang Hill)

นั้นนำท่านเดินทางสู่ “ปีนังฮิลล์ (Penang Hill)” หรือที่ภาษามาเลย์ เรียกว่า บูกิต เบนดารา (Bukit Bemdara) เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยปีนังฮิลล์นั้น อยู่สูงกวาระดับน้ำทะเลประมาณ 830 เมตร และถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเกาะปีนังอีกด้วย ปัจจุบันปีนังฮิลล์ เป็นอีกหนึ่งจุด ชมวิวเมืองที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองนั่นจึงทำให้บริเวณนี้เป็นมุมดีที่สุดในการถ่ายภาพตัวเมืองจอร์จทาวน์ในยามราตรีอีกด้วย

ค่ำ : รับประทานอาหารเย็น

ที่พัก : NEO+ PENANG BY ASTON HOTEL หรือเทียบเท่า ระดับ 3 ดาว

วันที่ 2 เมืองจอร์จทาวน์ – ปีนัง – ด่านพรมแดนไทย (เบตง) – Betong Duty Free – อุโมงค์ปิยะมิตร – บ่อน้ำพุร้อน – ป้ายโอเคเบตง – วงเวียนหอนาฬิกา – ตู้ไรษณีย์โบราณ – และอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารที่พักหรือร้านอาหาร

เมืองจอร์จทาวน์ (George Town)

นำท่านเดินชม “เมืองจอร์จทาวน์ (George Town)” ปีนัง ได้รับการขึ้นทะเบียน้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี 2008 โดยยูเนสโกเป็นประกันความคุ้มค่าในความงาม และเมืองปีนังถูกกล่าวขานว่าเป็นไข่มุกแห่งตะวันออกและอีกสิ่งที่น่าสนใจให้นักเที่ยวมองเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่น คืองานศิลปะ Street Art ตามจุดต่าง ๆ ในเมืองที่ดึงเอาแนวคิดแบบ interactive painting ศิลปะภาพที่เชื่อเชิญให้คนดูเข้ามาเล่นี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดที่มเรื่องราวแบบ 3 มิติ

ด่านพรมแดน ไทย – มาเลฯ และแวะช้อป Duty Free

สมควรแก่เวลานำทุกท่านออกเดินทางจาก เมืองปีนัง ไปยัง “ด่านพรมแดน ไทย – มาเลฯ” ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง นำท่านผ่านพิธีกรด่านตรวจคนเข้าเมือง แวะชมและเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษี SP Betong Duty Free

ป้ายใต้สุดสยาม

แวะถ่ายภาพบริเวณ “ป้ายใต้สุดสยาม” จุดเช็คอินยอดนิยมอีกหนึ่งจุดเมื่อมาเยือนถึงแนวเขตแดนใต้สุดของประเทศไทย

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน

อุโมงค์ปิยะมิตร

จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านปิยะมิตรที่ 1 เข้าเยี่ยมชม “อุโมงค์ปิยะมิตร” สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ในอดีตเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการทหารของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.) ว่ากันว่าฐานที่มั่นแห่งนี้เป็นฐานที่มั่นในแนวหลังของสงครามระหว่าง พคม กับ รัฐบาลมาเลเซีย ที่แข็งแกร่งที่สุด เคยถูกทิ้งระเบิดเพื่อทลายถึง 2 ครั้ง แต่ยังคงเป็นที่หลบภัยเสมอมา อุโมงค์แห่งนี้เป็นอุโมงค์ที่ขุดลึกลงไปในชั้นดินจุดที่ลึกที่สุดมีความลึกถึง 6 เมตร ใช้กำลังคน 60 – 80 คน ภายในอุโมงค์มีความกว้าง 50 – 60 ฟุต ระยะทางยาวประมาณ

บ่อน้ำพุร้อนเบตง

แวะพักผ่อนที่ “บ่อน้ำพุร้อนเบตง” บ่อน้ำพุร้อนี้เป็นบ่อน้ำแร่ร้อนตามธรรมชาติขนาดใหญ่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยอุณหภูมิของบริเวณจุดตาน้ำนั้นอยู่ที่ 60 – 80 องศาเซลเซียส และนักท่องเที่ยวมักจะทำกิจกรรมครอบครัวคือนำไข่ไก่ไข่นกกระทำ มาลวก โดยใช้เวลาเพียง 7 นาที่เท่านั้น ไข่ก็สุกพร้อมรับประทาน บริเวณโดยรอบมีการสร้างสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับกักน้ำจากน้ำพุร้อนเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้อาบหรือแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

วงเวียนหอนาฬิกาเบตงและตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุด

จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ วงเวียนหอนาฬิกาเบตง และตู้ไปรษณีย์โบราณ ในส่วนของตัวหอนาฬิกาสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนขาวที่มีอยู่มากในจังหวัดยะลา หอนาฬิกาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหรือจะเรียกว่าเป็นสะดือของเมืองเบตงก็ว่าได้ ในเทศกาลต่าง ๆ ที่จัดขึ้นมักจะใช้บริเวณหอนาฬิกานี้เป็นจุดนัดหมายในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และใกล้ ๆ กันนั้นที่อยู่คู่เมืองเบตงมาช้านาน คือตู้ไปรษณีย์โบราณ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2482 สูง 2.9 เมตร โดยผู้ที่ดำริแนวคิดคือนายสงวน จิรจินดา อดีตนายไปรษณีย์โทรเลขเบตง ที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีที่ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเบตงคนแรก

ในปัจจุบันนี้ตู้ไปรษณีย์แห่งนี้ยังเปิดใช้งานได้ และนักท่องเที่ยวมักจะซื้อโปสการ์ด เขียนและส่งจดหมายถึงญาติคนรักหรือส่งถึงตัวเอง เก็บไว้เป็นความทรงจำ และอกสั่งหนึ่งที่จะข้ามผ่านไม่พูดถึงไม่ได้ คือฝูงนกนางแอ่นที่บินอพยพหนีความหนาวเย็นมาไกลจากไซบีเรียและจะพบฝูงนกนางแอ่นมากในช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคมเรียกได้ว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมืองเบตง อยู่คู่กับเมืองเบตงมาช้านาน

ป้ายโอเคเบตง

นำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองเบตง แวะจุดเช็คอินสุดฮิต ให้ท่านอิสระถ่ายรูป “ป้ายโอเคเบตง”

สตรีทอาร์ทหรือถนนศิลปะ

นำคณะเดินชม “สตรีทอาร์ทหรือถนนศิลปะ” งานศิลปะที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของความเป็นเบตงจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานทั้งดงามดังกล่าว เกิดจากทาง อำเภ อ.เบตง ได้มีการจัดงาน ครบรอบ 111 ปี เล่าขานตำนานเมืองเบตง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสร้างหมุดหมายที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของชาวเบตงและสร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

จากนั้นนำท่านชม “อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์” อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เจาะผ่านภูเขาเพื่อเชื่อมต่อส่วนขยายของเมืองไปอีกฟากของตัวเมืองอุโมงค์แห่งนี้ยังเป็นอุโมงค์ที่ผู้คนสามารถใช้สัญจรไปมาด้วยรถยนต์แห่งแรกของประเทศไทย ภายในอุโมงค์ตกแต่งประดับประดาด้วยไฟหลากสี ตัวอุโมงค์มีความยาวถึง 273 เมตร กว้าง 9 เมตร ผิวจราจรคู่ กว้าง 7 เมตร ทางเท้าเดินกว่างข้างละ 1 เมตร และมีความสูงถึง 7 เมตร เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ เมนูพิเศษ ไก่เบตง, เคาหยก และ ปลาจีนหรือปลานิลสายน้ำไหลนึ่งซีอิ้ว

ที่พัก : BETONG MERLIN HOTEL หรือ เทียบเท่า ระดับ 3 ดาว

วันที่ 3 เบตง – สกายวอล์คชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง – สะพานแขวนแตปูซู – ยะลา – ปัตตานี – วัดช้างไห้ – ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – สนามบินหาดใหญ่ – กรุงเทพฯ ดอนเมือง

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

นำท่านออกเดินทางไปชม “ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” ตั้งอยู่ในตำบลอัยเยอร์เวง ห่างจากตัวเมืองเบตง 30 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ขึ้นชื่อในเรื่องของการชมพระอาทิตย์ขึ้นควบคู่ไปกับการชมทะเลหมอกอันสวยงาม จุดเด่น คือไม่ว่าคุณจะมาฤดูไหน หรือช่วงเวลาไหนท่านก็มโอกาสที่จะได้เห็นวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าที่เป็นทะเลหมอกตลอดทั้งปี ทะเลหมอกที่ก่อตัวจากผืนป่า ฮาลา-บาลาทะเลสาบเขื่อนบางลาง รวมถึงสามารถมองไปไกลได้ถึงประเทศมาเลเซียเลยที่เดียว นำท่านขึ้น จุดชมวิว Sky walk ชมวิวทิวทัศน์แบบรอบทิศทางแบบ 360 องศา 

ราคารวม : ค่าบริการรถขึ้น – ลง จุดจอดรถไปยังสกายวอร์ค และค่าถุงผ้าครอบรองเท้า
*** การเที่ยวชมทะเลหมอก อาจมีการสลับสับเปลี่ยนได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ร้านอาหารท้องถิ่น

สะพานแขวนแตปูซู

สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางต่อไปยัง “สะพานแขวนแตปูซู” แวะถ่ายรูปกับสะพานไม้สะพานแขวนแห่งนี้ใช้งานมาหลายสิบปี วัตถุประสงค์หลักที่สร้างขึ้นเพื่อชาวบ้านใช้ขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร เช่น ผลไม้ ยางพารา และใช้สัญจรของชาวสวนในพื้นที่ตัวสะพานมีความกว้าง 1.8 เมตร ยาว 100 เมตร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จังหวัดปัตตานี

วัดช้างให้หรือวัดราษฎร์บูรณะ

นำท่านแวะเข้าสักการะองค์หลวงปู่ทวดที่ “วัดช้างให้หรือวัดราษฎร์บูรณะ” ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมของสถูปเจดีย์มณฑปอุโบสถ
และหอระฆังทั้งดงามเป็นอย่างยิ่ง ในทุก ๆ วันจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เลื่อมใสศรัทธาเข้ามาสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

จากนั้นนำท่านเข้าสักการะ “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” เชื่อกันว่าผู้มาขอพรให้โชคลาภจะได้ผลหรือแม้แต่การค้าขายที่ซบเซาหรือขาดทุนก็กลับรุ่งเรืองขึ้นจนทำให้เกิดความนับถือศรัทธาอย่างมาก ชาวปัตตานีจึงได้นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะสลักเป็นรูปบูชาและสร้างศาลเจ้าขึ้นสักการะสำหรับองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาโชคลาภ ค้าขายซึ่งเป็นที่นิยมมากราบไหว้ของพรเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต

21.10 น. ออกเดินทางบินลัดฟ้ากลับสู่หาดใหญ่ โดย สายการบินไลอ้อนแอร์ (Lion Air) เที่ยวบินที่ SL721 21.10 – 22.40 หรือสายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia) เที่ยวบินที่ FD 3113 เดินทางระหว่างเวลา 22 :00 – 23 :35
** ขอสงวนสิทธิ์เปลื่ยนสายการบิน ในกรณีที่มีการยกเลิกเที่ยวบิน, การเปลี่ยนแปลงเวลาเดินทางของเที่ยวบิน หรือจำนวนที่นั่ง ไม่เพียงพอ**
22.40 น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ

โปรไฟไหม้จาก Timetotrip

สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ราคาสบายกระเป๋า

8% Off
฿2,500 ฿2,300
Scroll to Top